KICK-OFF ชั่วโมงออกกำลังกาย

วันพุธที่ 10 มกราคม 2567 เวลา 15.00 น. นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน ผู้อำนวยการกองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นำทีมบุคลากร กมพ. จำนวน 44 คน เข้าร่วมกิจกรรม KICK-OFF ชั่วโมงออกกำลังกาย เพื่อให้บุคลากรมีสุขภาวะที่ดีและสนับสนุนให้บุคลากรในสังกัดตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและการดูแลสุขภาพ และกมพ. ส่งเสริมให้บุคลากรเข้าร่วมกิจกรรมนี้เป็นประจำทุกวันพุธ ตามนโยบาย พม.


Share:



ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนในต่างประเทศ (Virtual Organization) – ประเทศเยอรมัน

วันอังคารที่ 14 พฤศจิกายน 2566 เวลา 09.30 น. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน) ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพข้ามประเทศครั้งที่ 3 เพื่อสรุปบทเรียนกรณีการให้ความช่วยเหลือหญิงไทยในการตามหาสามีชาวเยอรมัน ร่วมกับ สนง. พมจ. นครสวรรค์ อพม.ไทยในประเทศเยอรมนี และทีม พม. โดยสรุปได้ดังนี้

  1. นายเฮ็ลมูทฯ แจ้งยืนยันการมีชีวิตอยู่ในเยอรมนี แต่มีประเด็นขัดแย้งกับผู้ร้อง จึงไม่ติดต่อกลับหาผู้ร้อง
  2. เสนอแนวทางในการดำเนินการขั้นต่อไป โดยจำเป็นที่จะต้องประสานข้อมูลเรื่องสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องกับการหย่า และความเสี่ยงกับผู้ร้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ โดยที่การดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ทุกหน่วยงานต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมของทั้งสองฝ่ายเป็นสำคัญ
  3. การดูแลด้านการครองชีพ พมจ. นครสวรรค์ ได้ติดต่อไปยัง CSR เพื่อขอทุนประกอบอาชีพ มอบเครื่องอุปโภคบริโภค และอยู่ระหว่างการพิจารณาให้เงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาสังคมกรณีฉุกเฉิน
  4. การดำเนินงานต่อไปของ ศส.ตปท. อาจพิจารณาจัดการประชุมออนไลน์เพื่อให้ความรู้ด้านสิทธิประโยชน์แก่หญิงไทยที่แต่งงานกับชาวต่างชาติ

บทบาทที่โดดเด่นของการดำเนินงานของทีมสหวิชาชีพ​ ดังนี้

  • พมจ. นครสวรรค์ประสาน รวบรวมหลักฐานที่จำเป็นสำหรับการสอบถามข้อมูลจากสำนักงานประกันบำนาญและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้การช่วยเหลือประสานภาคีเครือข่ายในพื้นที่เพื่อขอทุนประกอบอาชีพแก่ผู้ร้อง
  • อพม. เยอรมนี ศึกษาเอกสารสำคัญต่าง ๆ หาเบาะแสในการตามหานายเฮ็ลมูทฯ ติดต่อประสานงานอย่างรวดเร็วกับหน่วยงานราชการท้องถิ่นของเยอรมนี และเครือข่ายในพื้นที่

Share:



ประชุมหารือจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ว่าด้วยการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวทางความร่วมมือด้านงานสาธารณสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ร่วมกับสำนักงานอัยการสูงสุด

วันอังคารที่ 9 พฤศจิกายน 2566 เวลา 13.30 น. นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในการประชุมหารือจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวทางความร่วมมือด้านงานสาธารณสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมกับ อัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ(นายจักรวาล แสงแข) กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (ศส.ตปท.) ณ ห้องจันทร์กะพ้อ ชั้น 19 อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งนี้ กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน) ได้รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวทางความร่วมมือด้านงานสาธารณสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 18/2566 มติที่ 473/2566 เรื่อง โครงการการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวทางความร่วมมีอด้านงานสาธารณสงเคราะห์ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 และการดำเนินงานต่อไปเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของ หน่วยงานราชการในการจัดทำข้อตกลงบันทึกความร่วมมือฯ การขยายเครือข่ายด้านงานพิทักษ์คุณธรรม และสิทธิด้านกฎหมายระหว่างประเทศต่อไป รวมถึงการดำเนินโครงการวิจัยในปีงบประมาณ 2567 ที่ได้รับงบประมาณจาก สกสว.


Share:



ประชุมทีมสหวิชาชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนในต่างประเทศ (Virtual Organization) – เมืองดูไบ

วันศุกร์ที่ 27 ตุลาคม 2566 เวลา 14.00 น. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน) ประชุมสหวิชาชีพครั้งที่ 1 เพื่อให้ความช่วยเหลือกรณีหญิงไทยในเมืองดูไบ

ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ประสบความเดือนร้อน โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้ร้องขอความช่วยเหลือ เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป สมาชิกเครือข่ายฯ ทีมอัยการสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ ผู้แทนหน่วยงาน

ในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แก่ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว

กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กองกฎหมาย ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 กองตรวจราชการ กองการต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่ ศส.ตปท. เพื่อสืบข้อเท็จจริงและสรุปวางแผนทีมสหวิชาชีพให้ความช่วยเหลือเร่งด่วน ดังนี้

1. กองต่อต้านการค้ามนุษย์ สป.พม. มีหนังสือถึงสถานกงสุลใหญ่ ณ ประเทศดูไบ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือ และติดตามความก้าวหน้าเป็นระยะ และทางสถานกงสุลแจ้งว่าได้ติดต่อผู้ขอรับความช่วยเหลือโดยตรงด้วยแล้ว

▶️ทีมสหวิชาชีพให้คำแนะนำหญิงไทยในดูไบฯ ว่า: ควรขอความช่วยเหลือจากกรมการกงสุลไทย ในเมืองดูไบ เพื่อป้องกันการดูหลอกจากบริษัทเอเจนซี่ต่าง ๆ

2. รองปลัดกระทรวง พม.ประสานติดตามเน้นย้ำการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ผ่านท่านทูตซาอุดิอาระเบียถึงท่านทูตดูไบด้วยแล้วทางหนึ่ง

3. ผู้ประสานงาน AAT ให้คำแนะนำผู้เสียหายต้องโทรแจ้งตำรวจท้องถิ่น เบอร์ 999 ด้วยตนเอง เพื่อระบบจับพิกัดที่ตั้งจากการโทรศัพท์ ก่อนทำการเข้าช่วยเหลือภายใน 5 ชั่วโมง

▶️หญิงไทยในดูไบฯ ยืนยันว่าได้โทรแจ้งตำรวจท้องถิ่นแล้ว 4-5 ครั้ง และจะติดตามตำรวจท้องถิ่นให้มาช่วยเหลือตามพิกัดที่ตั้งด้วยตนเอง

▶️กรณีหญิงไทยในดูไบฯ มีปัญหาทาง AAT ยินดีทำหนังสือประสานตำรวจท้องถิ่นให้ได้อีกทางหนึ่ง

▶️กรณีหากมีการช่วยเหลือออกจากสถานประกอบการที่ถูกกักขังหน่วยเหนี่ยวได้แล้ว หญิงไทยในดูไบฯ ยืนยันว่ามีที่พักคือบ้านเพื่อนมีคนช่วยเหลือเรื่องอาหาร และการเดินทางที่สามารถไปติดต่อสถานกงสุลซึ่งอยู่ห่างจากพิกัดที่ตั้งประมาณ 34 กิโลเมตรได้

4. ทีมสหวิชาชีพแนะนำหญิงไทยในดูไบฯ สามารถพูดคุยและขอความช่วยเหลือทางไลน์กลุ่ม CM ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้ตลอด 24 ชม.


Share:



ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนในต่างประเทศ (Virtual Organization) – ประเทศเยอรมัน

วันอังคารที่ 17 ตุลาคม 2566 เวลา 14.00 น. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน) ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพครั้งที่ 3 ข้ามประเทศ เพื่อสรุปบทเรียนกรณีวัดไทยในเยอรมนีถูกฉ้อโกง (ต่อเนื่อง) ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทีมอัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ เครือข่ายหญิงไทยในยุโรป อพม.ไทยในประเทศเยอรมนี และทีม พม. โดยสรุปได้ดังนี้

  • เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2566 เวลา 10.00 น. พนักงานอัยการสฝคป. ได้เข้าพบผู้กำกับการกองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม และพนักงานสอบสวน เพื่อแจ้งข้อเท็จจริงเบื้องต้นในคดีนี้ที่เกิดขึ้น และสอบถามถึงวิธีการแจ้งความร้องทุกข์ต่าง ๆ ในคดีนี้
  • เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2566 พนักงานอัยการสฝคป. ได้ร่างหนังสือมอบอำนาจและส่งมอบร่างหนังสือของพระมหาอนุศักดิ์ จันทร์โอ ตรวจสอบข้อเท็จจริงและความถูกต้องครบถ้วน ให้นายวีระ จันทร์โอ ซึ่งเป็นน้องชายของผู้เสียหายให้แจ้งดำเนินคดีความในประเทศไทย
  • เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2566 พนักงานอัยการสฝคป. ประสานทีมพนักงานสอบสวนให้นายวีระ จันทร์โอ น้องชายของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจในประเทศไทยได้เข้ายื่นหนังสือแจ้งความ ณ กองบังคับการปราบปราม เวลา 11.00 – 19.00 น.

โดยสรุปผลการประชุมทีมสหวิชาชีพ​ จำนวน 3 ครั้ง ดังนี้

  • ทีมอัยการสนง.อัยการสูงสุดและทีมอัยการสฝคป.ให้แนวทางการดำเนินคดีว่าควรแจ้งความดำเนินคดีทั้งที่ประเทศเยอรมันและประเทศไทย​ และควรแจ้งความให้ทันภายในระยะเวลากำหนด​
  • ทีมอัยการสฝคป.ได้ประสานอำนวยความสะดวกหลายประการจนทำให้ผู้เสียหายสามารถทำหนังสือมอบอำนาจให้น้องชายเข้าแจ้งความที่กองบังคับการปราบปราม เสร็จทันภายในระยะเวลา 17 วัน (รวมวันหยุดราชการ) หลังจากประชุมทีมสหวิชาชีพครั้งที่ 2 ​ในวันที่ 20 กันยายน 2566

Share:



ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนในต่างประเทศ (Virtual Organization)

วันพฤหัสบดีที่ 14 กันยายน 2566 เวลา 15.30 น. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์โดยผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน) ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนในต่างประเทศ โดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พระธรรมทูตไทยในประเทศเยอรมนี และผู้แทนหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ กองการต่างประเทศ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 กองตรวจราชการ กองต่อต้านการค้ามนุษย์ กองกฎหมาย สป.พม กองกิจการอาสาสมัครและภาคประชาสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ประธานเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป และสมาชิกเครือข่ายฯ และเจ้าหน้าที่ศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (ศส.ตปท.)

กรณีการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคมในต่างประเทศ จำนวน 2 กรณี ดังนี้

  • กรณีหญิงไทยที่ถูกนำพาไปทำงานเป็นพนังงานนวดในประเทศเบนิน ทวีปแอฟริกา
  • กรณีคนไทยฉ้อฉลหลอกลวงวัดไทย (องค์กรสาธารณประโยชน์) เมืองดอร์ทมุนด์ หพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี

ผู้เข้าร่วมประชุมทราบถึงสภาพปัญหาข้างต้น เกิดความร่วมมือในการช่วยเหลือและป้องกันปัญหาสังคม ทั้งนี้เครือข่ายหญิงไทยในต่างประเทศกล่าวชื่นชนต่อการจัดประชุมฯ และรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้ร่วมมือช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ

โดยทั้งนี้ ศส.ตปท. จัดทำหนังสือประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินงานตามภารกิจ และจัดตั้งกลุ่มไลน์เฉพาะกรณีCM วัดไทยในเยอรมัน เพื่อช่วยเหลือด้านกฎหมายและติดตามการดำเนินการต่อไป


Share:



ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือคนไทยที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนในต่างประเทศ (Virtual Organization) ต่อเนื่อง

วันพุธที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 15.30 น. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยผู้อำนวยการศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ (นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน) ประชุมทีมสหวิชาชีพข้ามประเทศ ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ทีมอัยการประจำสำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคุ้มครองสิทธิประชาชนระหว่างประเทศ สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน และทีม พม. เพื่อช่วยเหลือวัดไทยในเยอรมันนี ถูกฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ และปลอมแปลงเอกสาร สูญเงินบริจาค ทองคำ และทรัพย์สินอื่นๆรวมมูลค่า 20,726,665 บาท (ยี่สิบล้านเจ็ดแสนสองหมื่นหกพันหกร้อยหกสิบห้าบาทถ้วน) โดยสรุปแนวทางช่วยเหลือ ดังนี้

1. เครือข่ายหญิงไทยในยุโรปรับประสานรัฐบาลท้องถิ่นในเบอร์ลินตรวจสอบการขึ้นทะเบียนเป็นโนทาร์ของผู้กระทำความผิด

2. ศส.ตปท.ตรวจสอบรายชื่อการขึ้นทะเบียนทนายความโนตารี พับลิค (Notary Public)Notary Public Onsite Service ในประเทศไทยกับสภาทหายความแห่งประเทศไทย

3. แนะนำให้ดำเนินคดีในประเทศเยอรมันนีหากผู้เสียหายและผู้กระทำผิดรวมถึงพยาน/หลักฐานส่วนใหญ่อยู่ในเยอรมันนี

4. กรณีที่ประสงค์ดำเนินคดีในประเทศไทย เพราะผู้กระทำผิดมีแผนเดินทางกลับประเทศไทย

5. เรื่องการจัดทำหนังสือแจ้งเวียนวัดต่างๆ/ชุมชนในเยอรมันนีให้เฝ้าระวัง ให้ส่งร่างหนังสือมาให้ทีมอัยการพิจารณาแนะนำก่อนเพื่อป้องกันการฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาท

6. กรณีการร้องขอรับการชดใช้ทรัพย์สินคืน ตามมาตร 44/1 ศาลจะพิพากษาความผิดและขมวดท้ายเรื่องการติดตามชดใช้ทรัพย์ให้แก่ผู้เสียหายอยู่แล้ว เพื่อดำเนินการตามลำดับต่อไป

7. ทางสำนักงาน พศ.และสำนักงาน สคช.ยินดีให้คำแนะนำปรึกษาเพิ่มเติม ผ่านกลุ่มไลน์ CM เยอรมันนีที่ ศส.ตปท.ตั้งเพื่อการประสานงาน


Share:



กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดการฝึกอบรมการใช้มาตรวัดทางสังคมเพื่อการจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย

กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดการฝึกอบรมการใช้มาตรวัดทางสังคมเพื่อการจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมและจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบาย ระหว่างวันที่ 8-9 สิงหาคม 2566 ณ ห้องประชุม ภาณุรังษี โรงแรมเดอะรอยัลริเวอร์ โฮเทล กรุงเทพฯ โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในพิธีเปิด มีผู้เข้ารับการอบรมได้แก่ ผู้แทนกรมทุกกรม/เทียบเท่า ผู้แทนกองพัฒนานโยบายและนวัตกรรมทางสังคม ผู้แทนกองยุทธศาสตร์และแผนงาน ผู้แทนศูนย์ช่วยเหลือสังคม ผู้แทนกองตรวจราชการ ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ และผู้แทนสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมจำนวน 120 คน โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ รณรงค์ จันใด รองคณบดีฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมและพัฒนา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคณะทำงาน เป็นวิทยากร

“ปัจจุบันสถานการณ์ปัญหาสังคมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว จึงทำให้ส่งผลกระทบต่อกลุ่มเป้าหมายของกระทรวง พม. ดังนั้น แนวทางการเฝ้าระวัง และรายงานสถานการณ์ทางสังคม เป็นสิ่งที่มีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งต่อการกำหนดนโยบายสังคม การจัดสวัสดิการสังคม และการพัฒนาสังคมของประเทศ” (นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)

การฝึกอบรมครั้งนี้ เป็นการฝึกอบรมการจัดทำมาตรวัดทางสังคม เทคนิคการดึงข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล อันนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพให้ผู้เข้าอบรมสามารถจัดทำมาตรวัดทางสังคม และนำความรู้มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อจัดทำรายงานสถานการณ์ทางสังคมตามภารกิจของหน่วยงานที่สังกัด และไม่ได้เป็นประโยชน์เพียงแค่เรื่องการจัดทำรายงาน ฯ เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อการวิเคราะห์สถานการณ์ในด้านต่าง ๆ อันนำไปสู่การจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายที่มีความแหลมคม


Share:



ประชุมหารือจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ภายใต้ แนวทางความร่วมมือด้านงานสาธารณสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

เมื่อวันศุกร์ที่ 4 สิงหาคม 2566 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในการประชุมหารือจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วย การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวทางความร่วมมือด้านงานสาธารณสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ณ ห้องประชาบดี ชั้น 19 อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ ผู้แทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผู้แทนมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ผู้แทนมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ผู้แทนฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของเถรสมาคมสำนักงานคณะกรรมการอบรมประชาชนกลาง (อ.ป.ก.) สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (มหานิกาย) สำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) สำนักฝึกอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ (ธรรมยุต) สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยผู้อำนวยการกองมาตรฐาน การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รายงานความก้าวหน้าของการดำเนินงานโครงการการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวทางความร่วมมือด้านงานสาธารณสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 18/2566 มติที่ 473/2566 เรื่อง โครงการการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ภายใต้แนวทางความร่วมมีอด้านงานสาธารณสงเคราะห์ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ วันที่ 10 กรกฎาคม 2566 และการดำเนินงานต่อไปเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของ หน่วยงานราชการในการจัดทำข้อตกลงบันทึกความร่วมมือฯ รวมถึงการดำเนินโครงการวิจัยในปีงบประมาณ 2567 ที่ได้รับงบประมาณจาก สกสว. และแผนการดำเนินงานโครงการวิจัย ในปีงบประมาณ 2568


Share:



Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial