การประชุมนำเสนอกรอบแนวคิดและวิพากษ์งานสังคมสงเคราะห์ไซเบอร์ เรื่อง “รูปแบบและกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ไซเบอร์ (Cyber Social Work) ในชุมชนเสมือนจริง (Virtual Community)”

วันพุธที่ 29 มีนาคม 2566 เวลา 08.30 น. ณ ห้องประชุมโป๊ยเซียน ทรัพย์เจริญสุข 705 ชั้น 7 อาคารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการประชุมนำเสนอกรอบแนวคิดและวิพากษ์งานสังคมสงเคราะห์ไซเบอร์ เรื่อง รูปแบบและกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ไซเบอร์ (Cyber Social Work) ในชุมชนเสมือนจริง (Virtual Community) ภายใต้โครงการการศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีไซเบอร์ต่องานสังคมสงเคราะห์ ซึ่งได้รับงบประมาณปี 2565 จาก สกสว. โดยมีรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายธนสุนทร สว่างสาลี) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมมอบนโยบายขับเคลื่อนดำเนินงานวิจัย โดยมีผู้ช่วยนักวิจัย รศ.ดร.ภุชงค์ เสนานุช และ ผศ.รณรงค์ จันใด คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้ทรงคุณวุฒิ ผศ.ดร.ปรินดา ตาสี อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผศ.ไพรินทร์ ขัดธิพงษ์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยพะเยา ดร.เทพสุดา จิวตระกูล นักวิชาการอิสระ ผู้เข้าร่วมประชุม รองประธานเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป (นางพินทุสร แอนซ์ตี) อพม. กิตติมศักดิ์ประเทศอิตาลี (นางนุชนารถ วรรณขาว) ผู้แทน สนง.พมจ. ผู้แทน สสว. 1-11 ผู้แทนกรมในสังกัด พม. ผู้แทนหน่วยงาน ในสังกัด สป. และเจ้าหน้าที่กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

วัตถุประสงค์ของการจัดประชุม เพื่อศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีไซเบอร์ต่องานสังคมสงเคราะห์ รวมทั้งศึกษารูปแบบกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ไซเบอร์ (Cyber Social Work) ในชุมชนเสมือนจริง (Virtual Community) เพื่อพัฒนาเป็นคู่มือการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ไซเบอร์ ข้อเสนอรูปแบบการใช้เทคโนโลยีไซเบอร์ต่องานสังคมสงเคราะห์ ผ่านกลไกศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ และพระธรรมทูตในต่างประเทศ เพื่อให้บริการกลุ่มคนไทยในต่างประเทศ ให้มีช่องทางในการเข้าถึงบริการสวัสดิการสังคมตามภารกิจกระทรวง พม. ในหลากหลายรูปแบบ


Share:



การให้ความช่วยเหลือชายไทยผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนในสาธารณรัฐเกาหลี (ต่อเนื่อง)

การประชุมทีมสหวิขาชีพ ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2566 เพื่อติดตามแผนและกระชับขั้นตอนการช่วยเหลือให้รวดเร็วขึ้น และเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 9 มีนาคม 2566

วันศุกร์ที่ 10 มีนาคม 2566 เวลา 01.00 น. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยศูนย์ส่งเสริมและประสานการพัฒนาสังคมไทยในต่างประเทศ ร่วมกับกองตรวจราชการ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กองคุ้มครองสวัสดิภาพและเสริมสร้างคุณภาพชีวิต และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา โดยให้ความช่วยเหลือชายไทยผู้ประสบปัญหาความเดือนร้อน ป่วยอัมพาต ซีกซ้าย ในสาธารณรัฐเกาหลี เพื่อกลับมารักษาในประเทศไทย ซึ่งได้ประสานอธิบดีกรมการกงสุล อธิบดีกรมการจัดหางาน แรงงานจังหวัดนครราชสีมา และประสานสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโซล เพื่อดำเนินการช่วยเหลือเงินกู้ยืมจากกรมการกงสุลเป็นค่ารักษาพยาบาลและค่าเดินทางกลับประเทศไทย ประสานกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และกระทรวงสาธารณสุขเพื่ออำนวยการจัดหาโรงพยาบาล รถพยาบาล และเจ้าหน้าที่พยาบาล ในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิกลับภูมิลำเนา โดยรับความอนุเคราะห์จากมูลนิธิพุทธธรรม 31 นครราชสีมา เพื่อเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลห้วยแถลง จังหวัดนครราชสีมา ต่อไป


Share:



ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือชายไทยผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อนในประเทศเกาหลีใต้

วันพฤหัสบดีที่ 2 มีนาคม 2566 เวลา 16.00 น. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยนางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน ในฐานะ ผอ.ศส.ตปท. ประชุมทีมสหวิชาชีพประกอบด้วย ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้แก่ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 พมจ.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่ ศส.ตปท. โดยมี น้องชาย และบุตรสาวของผู้ประสบปัญหาทางสังคม ล่ามแปลภาษาและผู้ประสานความช่วยเหลือในประเทศเกาหลีใต้ เพื่อให้ความช่วยเหลือชายไทย อายุ 60 ปี ป่วยด้วยอาการเลือดคั่งในสมอง และเป็นอัมพาตซีกซ้าย ได้เข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลกุกริบจุงอัง ประเทศเกาหลีใต้ ทางครอบครัวมีความต้องการความช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศไทย และค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล เนื่องจากชายไทยเป็นเสาหลักในการหารายได้ให้ครอบครัว ทำให้ครอบครัวประสบปัญหาขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษาพยาบาลและการดำรงชีวิต ทั้งนี้ ทีมสหวิชาชีพทุกภาคส่วนได้ให้ความช่วยเหลือตามภารกิจบทบาทหน้าที่ของหน่วยงาน และได้ประสานความร่วมมือเพื่อติดตามความคืบหน้าผลการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาทางสังคม ต่อไป


Share:



สรุปผลการวิจัยเพื่อพัฒนาระบบสมุดพกครอบครัวให้เป็นเครื่องมือในการนำเข้าข้อมูลในระบบ MSO Logbook เพื่อการวางแผนในฐานะ policy maker


วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2566 ทีมวิจัยโครงการวิจัยการพัฒนาระบบตรวจสอบคุณสมบัติกลุ่มเป้าหมายที่มีสิทธิ์รับความช่วยเหลือจากกระทรวง พม. (กมพ./สวทช./ศ.ระพีพรรณ/อ.โสภา/ดร.ขนิษฐา)
❤️บอกได้ว่า 1 คน/ครอบครัว/ครัวเรือน มีสิทธิบริการอะไรตามข้อมูลบุคคลและปัญหาความต้องการ
❤️แสดงข้อมูลทางเลือกโมเดลการนำบริการ พม.มาออกแบบระบบการจัดการรายครัวเรือน( FCM:Family Case Management)
❤️แสดงแผนระยะวิกฤต/ระยะสั้น/ระยะต่อเนื่องได้
❤️แสดงค่าใช้จ่ายในการจัดบริการตามภารกิจ พม.ได้(Cost)
❤️มีชุดข้อมูลรายละเอียดบริการ พม.ทั้งบริการประชาชน 72 บริการ แบะบริการสนับสนุน 33 บริการ (ชื่อบริการ ขั้นตอนการใช้บริการ work flow /ระเบียบ/กฎหมาย/หลักฐาน/ช่องทางการยื่นคำขอ)
————————————
ข้อเสนอวิจัย : 💕❤️นำเข้าข้อมูลครบถ้วน พม.จะเป็นเจ้าภาพด้านสังคมที่ smart และใช้งานได้กว้างขวางในฐานะ policy makers ❤️💕
————————————
สรุปการทดสอบสมมติฐานการวิจัยที่ดำเนินการในพื้นที่ศึกษา 12 จังหวัด 24 ตำบล 1,500 กลุ่มตัวอย่าง
ระบบสมุดพกครอบครัวเดิมเมื่อนำเข้าข้อมูล 1-4 สามารถพัฒนาสร้างเงื่อนไขให้ AI ตรวจสอบคุณสมบัติกับระเบียบ/หลักเกณฑ์ที่กำหนด
————————————
❤️ผล❤️
1️⃣ระบบแสดงรายการข้อมูล 1 คน /ครอบครัว/ครัวเรือน มีสิทธิ์รับบริการตามภารกิจ พม.เรื่องใดบ้าง
✅ระบบแสดงผลโดยสามารถจำแนกระดับเปราะบาง/มิติที่เกี่ยวข้องใน 5 มิติ
✅นักสังคมสงเคราะห์/ข้าราชการใหม่/อพม. สามารถรับทราบรายการข้อมูลบริการที่ครบถ้วนตามคุณสมบัติกลุ่มเป้าหมาย ไม่เฉพาะจ่ายเงินสงเคราะห์ (เห็นทางเลือกครบถ้วน)
✅เกิดค่างานนักสังคมสงเคราะห์เนื่องจากต้องใช้ทักษะวินิจฉัยและเลือกบริการที่เหมาะสมอย่างมืออาชีพ

2️⃣ระบบสามารถพัฒนาโดยสร้างเงื่อนไขให้ทำแผนการจัดการรายบุคคล/ครอบครัว/ครัวเรือนได้ (FCM:Family Case Management)
✅ระบบสามารถสร้างเงื่อนไขให้จำแนกบริการตามข้อ 1 ที่กลุ่มเป้าหมายมีสิทธิรับบริการ เป็นรายการข้อมูลทางเลือกจำแนกเป็นโมเดลการวางแผนช่วยเหลือระยะวิกฤต(ต้องช่วยภายใน 3 วัน) /ระยะสั้น(ต้องช่วยภายใน 3 เดือน) และระยะต่อเนื่อง(ช่วยในระยะที่มากกว่า 3 เดือน)
✅ระบบสามารถประมาณการค่าใช้จ่าย(Cost) การจัดสวัสดิการตามแผนระยะวิกฤต/ระยะสั้น/ระยะต่อเนื่อง

3️⃣การตรวจสอบและยืนยันระบบฐานข้อมูลภาพรวมกระทรวง เพื่อเป็นฐานข้อมูลชุดสมบูรณ์ทุกบริการตามภารกิจของกระทรวง พม.
✅พม.มีบริการที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับคุณภาพชีวิตโดยตรงถึงประชาชน จำนวน 12 บริการ จำแนกรายกรม/มิติ 5 มิติได้
✅พม.มีบริการสนับสนุนการจัดสวัสดิการสังคม เข่น งานการออกใบอนุญาตสถานรับเลี้ยงเด็กเอกชน รวม 33 บริการ
————————————


Share:



ความร่วมมือของหน่วยงานระดับกองใน สป.พม.ที่ร่วมคิด และ(น่าจะ)ร่วมทำงาน เพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ สร้างสรรค์ของ พม.

วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 : ห้องจำปีสิรินธร ประชุมวางแผนการผลักดันโครงการวิจัยเพื่อพัฒนาหลักสูตรบุคลากร พม. ปี 2566 (ได้งบแล้ว 500,000 บาท) และ Roadmap การพัฒนาศักยภาพบุคลากร พม. ในระบบ coaching ปี 2567-2570

1.) มุ่งหวังเพื่อวางกระบวนงานcoachให้ one home

  • เกิด One heart One plan
  • เกิดวัฒนธรรมความร่วมมือทุกระดับ
  • เกิดวัฒนธรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากรุ่นสู่รุ่น จากพื้นที่สำเร็จสู่พื้นที่อื่นๆ
  • เกิดบรรยากาศการเขิดชูเกียรติที่มาจากความภาคภูมิใจในอาชีพและความเป็น พม.

2.) ขอความร่วมมือหน่วยงานใน สป.พม. กองกลาง/กตร./สถาบันฯ) สสว.และ พมจ.ทุกจังหวัด

  • สนับสนุนและมีส่วนร่วมวางระบบหลักสูตรในปี 2566
  • ร่วมเป็นเจ้าภาพขับเคลื่อน Roadmap การพัฒนาทักษะบุคลากร พม. ปี 2567-2570 ให้ smart พร้อมทำงานแบบก้าวหน้าเชิงนโยบาย บนฐานการสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติการไม่ใช่เพียง MOU ในกระดาษ พร้อมรุกในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงและเต็มไปด้วยข้อจำกัด

Share:



ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพเพื่อให้ความช่วยเหลือหญิงไทยผู้ประสบปัญหาความเดือดร้อน (เคสประเทศเยอรมัน)

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2566 กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยนางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน ในฐานะ ผอ.ศส.ตปท. ประชุมหารือทีมสหวิชาชีพประกอบด้วย ประธานเครือข่ายหญิงไทยในยุโรป และคณะ อพม.ในประเทศอังกฤษ ผู้แทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวง พม. อาทิ สค. พส. พก. กต. ศูนย์ช่วยเหลือสังคม 1300 พมจ.อุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่ ศส.ตปท. เพื่อให้ความช่วยเหลือหญิงหม้ายไทย ซึ่งสามี ชาวเยอรมันเสียชีวิต และยังเข้าไม่ถึงสิทธิและสวัสดิการที่พึงได้รับจากประเทศเยอรมนี และประสบปัญหาความเดือดร้อนขาดรายได้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ในครอบครัว รายนางสาวปัทมา วิททิค อายุ 44 ปี ภูมิลำเนาอยู่จังหวัดอุบลราชธานี โดยมีนางสาวปัทมาฯ เข้าร่วมประชุมด้วย ที่ประชุมได้สอบถามสภาพความเป็นอยู่ ปัญหาและความต้องการของผู้เดือดร้อน เพื่อประกอบการให้คำแนะนำปรึกษาด้านกฎหมาย แนวทางการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ ทั้งจากประเทศเยอรมนี และประเทศไทย การกำหนดแนวทางการให้ความช่วยเหลือที่สอดคล้องกับสภาพปัญหาและความต้องการของผู้เดือดร้อน ทั้งนี้ ทีมสหวิชาชีพทุกภาคส่วนได้แบ่งมอบภารกิจเพื่อให้ความช่วยเหลือตามบทบาทหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน และจะได้ประสานความร่วมมือเพื่อติดตามความคืบหน้าผลการให้ความช่วยเหลือในระยะต่อไป


Share:



แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ พ.ศ. 2566 – 2570

ด้วยพระราชบัญญัติสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2562 มาตรา 44(3) กำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) มีหน้าที่และอำนาจ จัดทำนโยบาย ยุทธศาสตร์ และแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมของประเทศ เพื่อกำหนดและกำกับทิศทางในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมให้สอดคล้องกับเป้าหมายของการพัฒนาประเทศ

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบในการจัดทำแผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้จัดทำ (ร่าง) แผนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 โดยใช้แนวทางตามกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม พ.ศ. 2566-2570 โดยให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน และมีศักยภาพเพียงพอในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง พร้อมรองรับความท้าทายใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตได้ โดยมุ่งเน้นให้ คนไทยมีสมรรถนะและทักษะสูง เพียงพอในการพลิกโฉมประเทศให้ยกระดับความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน เศรษฐกิจไทยมีความสามารถในการแข่งขันด้วยเศรษฐกิจสร้างคุณค่าและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพิ่มความมั่นคงของเศรษฐกิจฐานราก และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนพร้อมสู่อนาคต และสังคมไทยมีการพัฒนาอย่างยั่งยืนสามารถแก้ปัญหาท้าทายของสังคมและสิ่งแวดล้อม ปรับตัวได้ทันต่อพลวัตการเปลี่ยนแปลงของโลก

https://www.tsri.or.th/content/31/thailand-sr-plan/


Share:



ประชุมเชิงปฏิบัติการสังเคราะห์องค์ความรู้และถอดบทเรียนเพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมพื้นที่ กทม.

วันพฤหัสบดีที่ 19 มกราคม 2566 นางณัฐสุรีย์ อนุศาสนัน ผอ. กองมาตรฐานการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์พร้อมด้วย นางชญาภา นิธิญาณิน ผอ. กลุ่มการพัฒนามาตรฐานทางสังคม ซึ่งเป็นตัวแทนของ พม. ได้เข้าร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการสังเคราะห์องค์ความรู้ และถอดบทเรียนประสบการ์ณ์ เพื่อยกระดับกระบวนการมีส่วนร่วมพื้นที่กรุงเทพมหานคร ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ณ โรงแรม รอยัล ริเวอร์ กรุงเทพมหานครโดยในที่ประชมได้มีการสรุปผลกระบวนการพัฒน่านโยบายสาธารณะแบบมีส่วนร่วม พื้นที่กรุงเทพม่หานคร รวมทั้งผลักดันให้เกิดแผนปฏิบัติการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนกรุงเทพ ทั้งเชิงกลุ่มเป้าหมาย และเชิงประเด็น (5 มิติตาม TPMAP) ผ่านการขับเคลื่อนมติ์สมัชชาสุขภาพ กทม.ครั้งที่ 4 ยกระดับงานพิธีการสู่ปฏิบัติการจริง ต่อไป


Share:



การประชุมเชิงปฏิบัติการ และจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) เพื่อระดมความเห็นรูปแบบและกระบวนการในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้โครงการการศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีไซเบอร์ต่องานสังคมสงเคราะห์ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 12 – วันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2566

วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม 2566 เวลา 09.30 น. ณ ห้องพัชราวดี 1-2 ชั้น 11 โรงแรมปรินซ์พาเลซ มหานาค กรุงเทพฯ กระทรวง พม. กมพ. ร่วมกับ มธ. จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการ และจัดประชุมกลุ่มย่อย (Focus Group) เพื่อระดมความเห็นรูปแบบและกระบวนการในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ภายใต้โครงการการศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีไซเบอร์ต่องานสังคมสงเคราะห์ ซึ่งได้รับงบประมาณจาก สกสว. ในรูปแบบการประชุมแบบเผชิญหน้า และผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting โดยมีที่ปรึกษาวิชาการพัฒนาสังคม กระทรวง พม. (นางสาวซาราห์ บินเย๊าะ) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม พร้อมมอบนโยบาย ขับเคลื่อนดำเนินงาน ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พระญานวชิรวงศ์ เลขานุการประธาน สนง.กำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ มจร. และคณะ พระมหามฆวินทร์ ปุริสุตตโม, ผศ.ดร. รองอธิการบดี ด้านวิจัยและนวัตกรรม มมร. และคณะ ผู้แทนเครือข่ายหญิงไทย ในยุโรป ผู้แทน สนง.พมจ. ผู้แทน สสว. 1-11 ผู้แทนกรมในสังกัด พม. ผู้แทนหน่วยงาน ในสังกัด สป. และเจ้าหน้าที่ กมพ.

วัตถุประสงค์ของการประชุม เพื่อศึกษาผลกระทบของเทคโนโลยีไซเบอร์ต่องานสังคมสงเคราะห์ ศึกษารูปแบบและกระบวนการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ไซเบอร์ (Cyber Social Work) ในชุมชนเสมือนจริง Virtual Organization เพื่อนำไปสู่ การพัฒนาคู่มือกระบวนการปฏิบัติงานฯ ในระยะต่อไป

ที่ประชุมได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นใน 4 ประเด็น ประกอบด้วย 1. รูปแบบและกระบวนการในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2. ผลกระทบและปัญหาอุปสรรคของเทคโนโลยีไซเบอร์ต่อการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ 3. การนำเทคโนโลยีไซเบอร์เพื่อการจัดสวัสดิการสังคมแก่กลุ่มเป้าหมาย และ 4. ข้อเสนอแนวทางการใช้เทคโนโลยีไซเบอร์ในการปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ที่ตอบสนองต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ดังกล่าวจะได้สรุป และคืนข้อมูลต่อที่ประชุมในวันศุกร์ที่ 13 มกราคม 2566 และนำไปสังเคราะห์ เพื่อพัฒนาเป็นแนวทางในการพัฒนาคู่มือกระบวนการปฏิบัติงานปฏิบัติงานสังคมสงเคราะห์ไซเบอร์ (Cyber Social Work) ในชุมชนเสมือนจริง (Virtual Organization)


Share:



Social media & sharing icons powered by UltimatelySocial